วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

ทำไมต้อง MamMoD WMS: เริ่มจากงานคลังที่ต้องตอบให้ได้จริง

ลูกค้าไม่ได้ซื้อระบบเพื่อให้มีเมนูมากขึ้น ลูกค้าต้องการหาของเจอ ใช้พื้นที่ได้เหมาะสม จัดของทัน และตอบได้ว่าสินค้าไปอยู่ที่ไหน นี่คือคำถามที่ MamMoD WMS ตั้งใจเริ่มจากหน้างาน

รับสินค้าด้วย LPN: จากรถเข้าไปจนถึงพาเลตพร้อมจัดเก็บ

รถส่งสินค้ามาถึงพร้อมหลายพาเลต ถ้ารับเข้าเป็นยอดรวมอย่างเดียว ตอนย้ายเข้า Location จะตอบยากว่าแต่ละพาเลตมี SKU และ Lot ใดอยู่บ้าง

How to Handle Customer VIP on MamMoD WMS: จองสินค้า ส่งก่อน แยกส่ง และส่งด่วน

ลูกค้า VIP ต้องการมากกว่าคิวพิเศษ เขาอยากรู้ว่าสินค้าของเขาอยู่สถานะไหน จองไว้แล้วหรือยัง ส่งก่อนกำหนดได้ไหม และถ้าส่งไม่ครบวันนี้ จะตามส่วนที่เหลือได้อย่างไร MamMoD WMS รองรับงานเหล่านี้โดยให้ทีมขาย คลัง และขนส่งเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน

ผู้จัดการคลังควรเปิด Dashboard แล้วเห็นอะไรเป็นอย่างแรก?

Dashboard ที่มีกราฟเต็มหน้าจออาจดูสวย แต่ถ้าตอบไม่ได้ว่า ‘ตอนนี้ต้องแก้อะไร’ ก็ยังช่วยหน้างานไม่มาก ผู้จัดการคลังต้องเห็นทั้งงานค้างและความเสี่ยงก่อนลูกค้าถาม

Stock ในระบบเชื่อถือได้แค่ไหน? เริ่มจากธุรกรรมที่ตรวจย้อนกลับได้

การมีตัวเลข Stock หน้า Dashboard ไม่ได้แปลว่าตัวเลขนั้นถูกต้อง ความเชื่อมั่นเกิดจากการตามย้อนกลับได้ว่าแต่ละยอดเปลี่ยนเพราะใคร ทำงานอะไร และอ้างอิงเอกสารไหน

เชื่อม WMS กับ ERP: ข้อมูลไหนควรส่ง เมื่อไร และใครเป็นเจ้าของ?

มี ERP แล้วทำไมยังต้องมี WMS? เพราะ ERP และคลังตอบคนละระดับของงาน การเชื่อมที่ดีต้องตกลงให้ชัดว่าเอกสารไหนเป็นต้นทางและเหตุการณ์ไหนเป็นการยืนยันจากหน้างาน

รถมาถึงแล้ว แต่ของยังจัดไม่เสร็จ: ดูคอขวดก่อนลูกค้ารอ

รถมาถึงหน้าคลังตามนัด แต่สินค้าเพิ่งหยิบไปครึ่งหนึ่ง ปัญหานี้ไม่ใช่แค่การขนส่งช้า แต่เป็นสัญญาณว่าการวางแผนคำสั่งซื้อ งานหยิบ และ Dock ไม่ต่อกัน

Dock Planning: รถคันไหนเข้าช่องไหน และเริ่มโหลดได้เมื่อไร?

การจอง Dock เร็วเกินไปอาจทำให้ช่องโหลดถูกล็อกทั้งที่งานยังไม่พร้อม แต่ถ้ารอจนรถมาถึง ทุกคนอาจแย่งช่องเดียวกัน การวางแผนต้องเห็นทั้งรถและความคืบหน้าของสินค้า

จาก Delivery Order ถึง Shipment: งานจ่ายออกจบตรงไหน?

Delivery Order บอกว่าต้องส่งอะไร แต่ยังไม่ตอบว่าสินค้าหยิบครบหรือขึ้นรถแล้ว งานจ่ายออกจึงต้องดูสถานะหลายขั้น ไม่ควรใช้คำว่า ‘เสร็จแล้ว’ แบบเดียวทั้งกระบวนการ

ลด Picking ผิด: ตรวจ SKU, Lot, Location และหน่วยนับก่อนยืนยัน

หยิบผิดหนึ่งครั้งอาจตามแก้ตั้งแต่ Packing จนถึงส่งของให้ลูกค้า จุดตรวจที่ดีต้องอยู่ก่อนยืนยันงาน ไม่ใช่หลังรถออกจากคลัง

Picking บน Tablet: พนักงานควรเห็นอะไรในหนึ่งหน้าจอ?

งาน Picking เกิดขึ้นระหว่างเดินอยู่ในคลัง หน้าจอที่ดีจึงต้องตอบให้เร็วว่า ไปที่ไหน หยิบอะไร เท่าไร และสแกนอะไรเพื่อยืนยัน

ของค้าง Stock นานแค่ไหนถึงเริ่มเป็นต้นทุน?

สินค้าไม่ได้มีต้นทุนแค่วันรับเข้า ทุกวันที่วางอยู่บนชั้นวางใช้พื้นที่และทำให้สินค้ารอบใหม่หาที่เก็บยากขึ้น คำถามคือเราเห็นของค้างก่อนที่คลังจะเต็มหรือไม่

Lot Traceability: ถ้าต้อง Recall สินค้า เราจะรู้ว่าอยู่ที่ใครบ้าง?

เมื่อซัพพลายเออร์แจ้งว่า Lot หนึ่งมีปัญหา คำถามแรกไม่ใช่แค่มีสินค้าเหลือเท่าไร แต่ต้องรู้ว่าเข้ามาจากไหน ยังอยู่ตำแหน่งใด และจ่ายให้ลูกค้ารายใดไปแล้ว

Putaway ให้ถูกที่ตั้งแต่ครั้งแรก: ลดงานย้ายซ้ำในคลัง

งาน Putaway ที่เร็วที่สุดไม่ได้แปลว่าเอาสินค้าไปวางตำแหน่งว่างที่ใกล้ที่สุดเสมอไป ถ้าวางผิดโซนหรือทำให้การหยิบครั้งต่อไปยากขึ้น ต้นทุนแฝงจากการเคลื่อนย้ายสินค้าซ้ำซ้อน

Stock ค้าง STAGE: รับสินค้าแล้ว ทำไมยังหยิบจ่ายไม่ได้?

สินค้าเข้าคลังแล้ว แต่คำสั่งซื้อยังจัดสรรไม่ได้ เพราะสินค้าค้างอยู่ที่ STAGE คำว่า ‘รับเข้าแล้ว’ กับ ‘พร้อมหยิบ’ เป็นคนละสถานะในการทำงานคลัง

หาสินค้าไม่เจอ ทั้งที่ระบบบอกว่ามี: เริ่มตรวจจาก SKU, Lot และ Location

ยอดคงเหลือบอกว่า ‘มี’ แต่พนักงานเดินไปตำแหน่งแล้วหาสินค้าไม่เจอ ปัญหานี้ทำให้การหยิบช้าและทำให้ลูกค้ารอ โดยเฉพาะเมื่อสินค้าชนิดเดียวกันกระจายอยู่หลาย Lot หรือหลายพาเลต

Location Top View: มองผังคลังแล้วรู้ว่าพื้นที่ไหนพร้อมใช้งาน

คลังมี Location หลายร้อยตำแหน่ง การเห็นเพียงรายชื่อกับยอดคงเหลืออาจตอบคำถามง่าย ๆ ไม่ได้ว่า พื้นที่ว่างอยู่ตรงไหน และโซนไหนเริ่มแน่น

อีก 7, 15, 30 วัน พื้นที่คลังจะพอไหม? วางแผน Location Capacity ให้สมดุลกับขนาดพื้นที่

วันนี้ยังมีที่ว่าง ไม่ได้แปลว่าเดือนหน้าจะพอ ถ้ามีสินค้ากำลังเข้า ขณะที่ของเดิมยังไม่ออก เราจะรู้เมื่อไรว่า Location ไหนเริ่มเต็ม? ถ้ารอให้รถมาถึงหน้าคลังแล้วค่อยหาที่วาง ต้นทุนอาจตามมาเร็วกว่าที่คิด

ลองถามแบบ What-If: อีก 7 วัน, 15 วัน และ 30 วันจะเป็นอย่างไร?

แนวคิดของ Location Capacity Planning คือเอาพื้นที่ที่ใช้ได้จริงมาดูคู่กับแผนรับเข้า แผนจ่ายออก และงานที่จองพื้นที่ไว้ แล้วลองเปลี่ยนสมมติฐานเพื่อเห็นจุดที่พื้นที่อาจไม่พอ ก่อนถึงวันนั้น

ตัวอย่างสมมติ เพื่ออธิบายวิธีคิด

คลังมีพื้นที่ใช้งานได้ 100 ตำแหน่งพาเลต ตัวเลขด้านล่างเป็นผลคาดการณ์ตัวอย่างหลังรวมแผนรับเข้า จ่ายออก และพื้นที่ที่จองไว้ ไม่ใช่ข้อมูลจริงหรือผลคำนวณจากคลังลูกค้า

ช่วงเวลาคาดว่าจะใช้ / รับได้ผลที่เห็นการตัดสินใจ
อีก 7 วัน84 / 100เหลือ 16 ตำแหน่งติดตามสินค้าที่กำลังเข้า
อีก 15 วัน105 / 100ขาด 5 ตำแหน่งปรับรอบจ่ายออกหรือจัดพื้นที่ใหม่
อีก 30 วัน118 / 100ขาด 18 ตำแหน่งเปรียบเทียบทางเลือกเช่าคลังภายนอก

เห็นปัญหาเร็วขึ้น ก็มีทางเลือกมากขึ้น

ถ้ารู้ตั้งแต่วันนี้ว่าอีก 15 วันอาจขาด 5 ตำแหน่ง ทีมงานอาจรวมพาเลตที่จัดเก็บได้ ปรับลำดับการรับเข้า เร่งแผนจ่ายออก หรือโยกสินค้าไป Location ที่เหมาะสม แต่ถ้าอีก 30 วันขาดถึง 18 ตำแหน่ง ก็ควรเริ่มเทียบพื้นที่ภายในกับค่าเช่าคลังภายนอก ค่าขนย้าย และงานหยิบจ่ายที่เพิ่มขึ้น

Location กับ Money ต้องวางแผนไปพร้อมกัน พื้นที่ว่างที่มองเห็นในผังอาจใช้ไม่ได้กับสินค้าทุกชนิด เพราะต้องดูขนาด น้ำหนัก ข้อจำกัดของ Location และพื้นที่ที่ถูกจองไว้ด้วย การตัดสินใจจากจำนวนช่องว่างอย่างเดียวอาจทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น

ภาพที่อยากเห็นจากการวางแผน

  • เลือกวันที่ต้องการดู แล้วเห็นความจุที่ใช้ไป พื้นที่ที่เหลือ และวันที่เริ่มเสี่ยงเต็ม
  • ลอง What-If เมื่อ PO เข้าเร็วขึ้น ยอดจ่ายออกช้าลง หรือย้ายสินค้าบางส่วน
  • เห็นว่า Location ไหนรองรับได้จริง และมีงานใดจองพื้นที่อยู่
  • เปรียบเทียบการปรับแผนในคลังก่อนตัดสินใจเช่าคลังภายนอก

ตัวอย่าง 7/15/30 วันข้างต้นเป็นภาพแนวคิดของการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่การรับรองว่าหน้าจอปัจจุบันคำนวณ forecast หรือค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้แล้ว

อ่านต่อเรื่อง MamMoD WMS: Money and พื้นที่ (Location) หรือ รู้จักทีม KM X TEN

อยากได้ระบบ WMS ที่มี Batch Picking แต่มันใช้ยากจัง

อยากได้ระบบ WMS ที่มี Batch Picking เพื่อหยิบสินค้าหลายออร์เดอร์ในรอบเดียว แต่พอถึงขั้นตอนแยกของให้แต่ละลูกค้าหรือสาขา กลับต้องคอยถามว่า “ชิ้นนี้ไปที่ไหน?” “แยกครบหรือยัง?” ถ้าหน้าจอใช้งานยาก งานที่ควรเร็วก็สะดุดได้

หยิบรวม แล้วแยกให้เห็นชัด

ใน MamMoD WMS เราออกแบบการทำงานของ Batch Picking และ Sorting ให้ต่อเนื่องกัน หลังหยิบสินค้ารวมมาแล้ว ทีมงานใช้หน้าจอ Tablet Sorter เพื่อแยกสินค้าตามปลายทาง แต่ละลูกค้าหรือสาขามีช่องงานของตัวเอง จึงเห็นได้ว่าออร์เดอร์ไหนต้องรับสินค้าอะไร และยังเหลือเท่าไร

หน้าจอ MamMoD WMS Tablet Sorting แยกสินค้า 3 Delivery Orders ตามปลายทาง A01 A02 และ A03

ตัวอย่างหน้าจอ Tablet Sorting: แยก 3 Delivery Orders ไปยัง A01, A02 และ A03 — คลิกภาพเพื่อดูขนาดเต็ม

คนหน้างานเห็นอะไรบน Tablet?

  • ปลายทางแยกชัด: หน้าจอแสดงลำดับและตำแหน่งแยกสินค้า เช่น A01, A02 และ A03 พร้อมเลข Delivery Order และ Ship-To
  • ยอดคงเหลือเห็นทันที: แสดงจำนวนที่วางแผนไว้ แยกแล้ว และยังต้องแยกต่อในแต่ละปลายทาง
  • ทำทีละ SKU: เห็นสินค้าที่กำลังทำ จำนวนที่ต้องส่งไปแต่ละจุด และรายการ SKU ที่ยังรอทำ
  • สแกนก่อนยืนยัน: หน้าจอมีช่องสแกน Batch Cart, SKU และ Sort Container ก่อนกดยืนยันจำนวน

ตัวอย่างการทำงานคือ Batch ที่มี 3 Delivery Orders แยกไป 3 ปลายทาง ทีมงานเห็นงานของแต่ละปลายทางบนหน้าจอเดียว และรู้ว่างานยังค้างอยู่ตรงไหน

Batch Picking ที่ใช้งานได้จริง ต้องช่วยคนทำงาน

เราอยากให้ทีมคลังหยิบของได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มความยุ่งยากตอนคัดแยก หน้าจอ Sorting ของ MamMoD จึงออกแบบให้มองเห็นปลายทาง จำนวน และขั้นตอนยืนยันได้ชัดบน Tablet ลดการจำเองหรือไล่เช็กกระดาษหลายใบ

Batch Picking ไม่ควรเป็นเรื่องยากอีกต่อไป ไปกับ MamMoD WMS

หากทีมของคุณกำลังมองหาระบบ WMS ที่รองรับการหยิบรวมและแยกสินค้าตามลูกค้าหรือสาขา คุยกับทีม KM X TEN เพื่อดูแนวทางที่เหมาะกับหน้างานของคุณได้ครับ

​

MamMoD WMS : Money and พื้นที่ (Location)

 ความสำคัญข้อหนึ่งที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้คือ การบริหารจัดการพื้นที่จับเก็บสินค้า และ การบริหารจัดการเงิน เก็บมากเงินที่เราต้องจ่ายก็ต้องมากตามไปด้วย และ พื้นที่คงเหลือที่เราสามารถจัดเก็บได้รองรับได้อีกเท่าไร เป็นคำถามที่เราสามารถหาได้จาก ระบบ MamMod WMS